หากจะพูดถึงความเครียด คนส่วนใหญ่ได้ฟังแล้วก็เกิดอาการเซ็ง เบื่อขึ้นมาทันที เพราะหากหลีกเลี่ยงได้ ก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวสักนิด แต่รู้หรือไม่ว่าอันที่จริงแล้ว ความเครียดแต่น้อยมีประโยชน์ เพราะทำให้เรามีความกระตือรือร้น เป็นแรงพลักดันให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่างไรก็ตามถ้ามีมากเกินพอดี ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น กล้ามเนื้อตึง มือเท้าเย็นและสั่น ท้องอืด ฯลฯ วิธีแก้เครียดก็มีให้เลือกหลายอย่าง แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน เช่น ฟังเพลงเบาๆ ดูหนัง ไปสังสรรค์กับเพื่อน ฯลฯ

ออกกำลังกายเป็นวิธีคลายความเครียดอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรทำ เพราะช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ รู้สึกสดชื่น ทำให้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย หรือเผชิญกับความเครียดแบบฉับพลันทันด่วน เรามีเคล็ดลับผ่อนคลายเล็กๆ น้อยๆ มาฝากให้ลองทำดูดังนี้

  • หากรู้สึกเครียดมาก ให้ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นับ 1-10 จากนั้นกลั้นลมหายใจประมาณ 10 วินาที และผ่อนลมหายใจออกช้าๆ พร้อมกับร้อง “อา” ยาวๆ ทำประมาณ 2 ครั้ง
  • สำหรับคนที่ทำงานหน้าโต๊ะทั้งวัน อาจมีปัญหาเรื่องปวดหลัง คอและไหล่ วิธีช่วยให้รู้สึกดีขึ้นคือ ลุกเดินไปมารอบๆ ห้อง พร้อมกับหมุนไหล่ไปข้างหน้าและหลัง
  • เวลาเราทำงานมักไม่สังเกตอารมณ์ตนเองว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นหากจะป้องกันความเครียดอันดับแรกที่ควรทำคือ การสังเกตลมหายใจตนเอง เพราะหากเรารู้สึกประหม่า ตึงเครียด ลมหายใจจะสั้น หายใจถี่ วิธีแก้คือ หายใจลึกๆ ก่อนหนึ่งครั้ง จากนั้นให้หายใจยาว เท่ากันสม่ำเสมอ จนกระทั่งหายใจเป็นปกติ
  • ในวันหยุดพักผ่อนอยู่บ้าน การทำสวน หรือพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ก็เป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียดได้ดีเช่นกัน
  • เวลาไปออกกำลังกายแบบแอโรบิค ไม่ควรแข่งขันกับตนเอง ฝืนเล่นจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้น ให้เล่นอย่างสบายๆ ไม่จำเป็นต้องเต้นตามครูฝึกสอนให้ทัน

คุณสามารถผ่อนคลายความเครียดได้ทั้งที่ทำงาน หรือที่บ้าน ที่สำคัญคือต้องทำในที่เงียบ เพื่อว่าจะได้มีสมาธิ ไม่นำเรื่องยุ่งยากมาคิดให้รกสมองอีก หรือคุณอาจเลือกคุยกับเพื่อน ปรึกษาคนในครอบครัว อย่าเก็บมาคิดคนเดียวจนสุขภาพเสีย เพราะรักษาไม่คุ้มกันค่ะ

ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today

edit @ 10 Jul 2008 11:23:54 by ป้านิด.ใจดี

ต้นกำเนิด เด็กแว๊น !!

posted on 12 Jun 2008 21:35 by aroi  in Joke-Game

40 เรื่องรักที่ควรรู้

posted on 14 Mar 2008 19:21 by aroi  in Othar

 

40 เรื่องรักที่ควรรู้ - เคยอ่านกันยังเอ่ย ? อ่านให้จบนะ!
1.อารมณ์หึงเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง แต่อารมณ์หึงของผู้หญิงจะซับซ้อนกว่าผู้ชาย
2. ผู้ชายร้อยละ 90 ชอบผู้หญิงสวย  น่ารัก  แต่ผู้ชายร้อยละ 100 อยากอยู่กับผู้หญิงฉลาดและเฉลียว
3.คนที่มีแฟนขี้หึงขั้นรุนแรงมีเพียง0.000001เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ชอบ นอกนั้นรู้สึกว่าอึดอัด   ผู้ชายทั้งหลายควรจะดีใจที่มีแฟนขี้หึงซะ
4.ไม่เคยมีคู่ไหนไม่ต้องใช้ความอดทนในการรัก เพียงแต่จะเป็นการอดทนในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง
5.คนที่มีกิ๊กนอกเหนือจากแฟนตัวจริง  คือคนที่ไม่ศรัทธาในความรัก
6.อย่ากลัวการอกหัก  เพราะไม่เคยมีใครตายจากโรคอกหัก มีแต่ความอ่อนแอเท่านั้นที่ทำให้ฆ่าตัว ตาย
7.ความรักมักไม่เกิดตอนที่เฝ้ารอ  แต่เมื่อปล่อยตัวตามสบาย ความรักมักจะมาทำเซอร์ไพรส์ให้หัวใจ
8. ถึงจะไว้ใจเพื่อนแค่ไหน ก็อย่าให้เพื่อนกับแฟนของเราสนิทกันเกินไปเพราะหายนะอาจตามมา
9.ถ้าเรารู้สึกอายเวลาเดินเคียงข้างแฟนที่ขี้เหร่ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้รักเค้าจริง
10.อย่าบ่นให้ใครฟังว่าแฟนไม่เคยทำตัวดีขึ้นเลย  เพราะจะโดนย้อนว่า " แล้วจะโง่ทนคบอยู่ทำไม"
....................................
11.ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่ขี้หึงขั้นรุนแรง อย่าได้เลือกคบผู้ชายที่หน้าตาและมนุษยสัมพันธ์ดีเด็ดขาด
12.การที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย  เซ็กซี่  จนเหลียวหลัง ไม่ได้หมายความว่าเข้าต้องการแฟนที่เป็นแบบ นั้น
13.ผู้ชายที่ไว้ใจได้ว่าไม่นอกใจแฟนหรือภรรยา มีเพียงแต่ผู้ชายที่อยู่ในโลงเท่านั้น  ควรจำให้ขึ้นใจ
14.พยายามทำตัวให้ดีและมีคุณค่ามากกว่าผู้หญิงที่แย่งแฟนเราไป แล้วซักวันแฟนเราจะกลับมาเอง
15.อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องแฟนเก่ามาพูดเสียๆหายๆ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป
16.ผู้ชายที่รักสัตว์  รักเสียงเพลง  รักครอบครัว น่าคบมากกว่าผู้ชายที่รักตัวเองซะอีก
17.อายุที่มากขึ้นอาจทำให้ต้องลดเสปกชายในฝันลง แต่ข้อที่ไม่ควรลดเด็ดขาดคือความดีและความจริงใจ
18.ผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ดูน่ารังเกียจกว่าผู้หญิงที่ชอบปอกลอกผู้ชายหลายเท่า
19.มนุษย์ผู้ชายมีน้อยกว่ามนุษย์ผู้หญิง ผู้ชายที่ดีและเป็นโสดก็มีน้อยกว่าผู้ชายที่เลวและมีเจ้าของด้วย
20.อย่ารักผู้ชายที่ทั้งขี้เหร่  ขี้เกียจ  และขี้เมา เพราะเราจะต้องรู้สึกตกนรกไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
.................................
21.คู่รักที่เดินกอดจูบกันต่อหน้าชุมชน มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่จะถูกประณามและดูถูกอย่างรุนแรง
22.เซ็กส์ไม่สามารถผูกมัดให้คู่รักอยู่ด้วยกันไปตลอด ความผูกพันต่างหากที่จะดึงรั้งกันไว้ได้
23.อายุไม่ใช่อุปสรรคของความรัก  ถ้าความคิดหัวใจตรงกัน ความมั่นคงก็เกิดขึ้นได้
24.ในชีวิตจริงของความรัก  เราอาจไม่ใช่นางเอกที่แสนดี บางทีต้องมีการใช้ไหวพริบในการแย่งชิงบ้าง
25.คนสวยหรือคนหล่อสามรถอกหักได้เหมือนกัน ถ้าทำตัวไม่ดีหรือมีเวลาให้กับความรักไม่พอ
26.ถึงจะได้ยินว่ามีรักที่ไหนมีทุกที่นั่น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะมีความรักมากกว่าจะอยู่เป็นโสด
27.เรื่องที่แฟนไม่ยอมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรกมักเป็นเรื่องที่เรารู้เมื่อไหร่ก็ต้องควันออกหูอยู่ดี
28.ถ้าชื่นชมในตัวแฟน100เปอร์เซ็นต์  ควรบอกเค้าแค่70เปอร์เซ็นต์
29.ถึงผู้ชายจะบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า แต่ผู้ชายก็ไม่ชอบคนที่หน้ามันหรือซีดตลอด
30.ผู้ชายชอบติรูปร่างของแฟนหรือคนโน้นคนนี้ โดยลืมดูรูปร่างตัวเองว่าแย่ขนาดไหน
.............................................
31.คนต่างชาติต่างภาษาสามารถรักกันได้ เพราะภาษาหัวใจเป็นภาษาสากลที่ไม่ต้องการคำแปล
32.ผู้ชายต้องใช้สมองและทักษะมากขึ้นในช่วงที่มีความรัก เพราะผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ
33.ผู้ชายชอบเป็นฝ่ายไล่ล่า  มากกว่าจะเป็นฝ่ายถูกล่า ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะพยายามหนีเมื่อถูกตามตื้อ
34.ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย
35.รักแรกพบสามารถเกิดได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์  นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิด และการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง
36.คนที่เรารักกับคนที่รักเราอาจไม่ใช่คนเดียวกันเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราบังคับหัวใจกันไม่ได้จริงๆ
37.ทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อได้มีความรักและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกหลังจากอกหัก 38.มือที่สามสามารถเดินเข้ามาในชีวิตเราได้ตลอดเวลา ในความไว้ใจจึงควรมีความระวังอยู่ด้วย
39.อย่ารีบมีแฟนหลังจากอกหัก เพราะเราจะแยกแยะไม่ออกว่านั่นเป็นรักหรือการฆ่าเวลา
40.คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือคุยกันตลอดทางแค่รู้สึกว่ามีกันและกันก็เพียงพอ  

edit @ 14 Mar 2008 19:25:38 by ป้านิด.ใจดี

วันนี้ป้านิด..ขอหยิบยกทฤษฎีการตลาดสมัยใหม่ ของคุณโอฬาร เชาวเลิศโสภามาให้อ่านกันหนุกๆ กันนะ

ช่วยให้จดจำทฤษฎีการตลาดได้ด้วยตัวอย่างง่ายๆนะ

อาจารย์กำลังอธิบายหลักการตลาดให้นักศึกษาฟัง

1. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!'
-
นี่คือ Direct Marketing

2.
คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้กับพรรคพวกของคุณและพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่งเพื่อนของคุณคนหนึ่งเดินเข้าไปหาเธอ ชี้มาที่คุณแล้วพูดว่า 'เขารวยมาก แต่งงานกับเขาเถอะ!'
-
นี่คือการโฆษณา

3.
คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและขอเบอร์โทร
วันรุ่งขึ้นคุณจึงโทรไปหาและพูดว่า 'สวัสดีครับ ผมรวยมาก แต่งงานกันผมเถอะ'
-
นี่คือ Telemarketing

4.
คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง
คุณยืนขึ้นจัดเนคไทให้เรียบร้อย เดินเข้าไปหาเธอ เล ี้ยงเครื่องดื่มเธอ คุณเปิดประตู(รถยนต์) ให้เธอ ถือกระเป๋าให้เธอจนเธอนั่งเรียบร้อย ช่วยขับรถให้เธอ แล้วพูดว่า 'ผมรวย คุณจะแต่งงานกับผมไหม?'
-
นี่คือพีอาร์

5.
คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง เธอเดินเข้ามาหาคุณและพูดว่า 'คุณรวยมาก! แต่งงานกับฉันไหม?'
-
นี่คือ Brand Recognition

6.
คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!' เธอตบหน้าคุณอย่างแรง
-
นี่คือ Customer Feedback

7.
คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า'ผมรวยมาก แต่งงานกับผมเถอะ!' แล้วเธอก็แนะนำให้คุณรู้จักกับสามีของเธอ
-
นี่คือช่องว่างระหว่าง demand และ supply

8.
คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้
คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดอะไรก็มีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาและพูดกับเธอว่า 'ผมรวยคุณจะแต่งงานกับผมไหม?'แล้วเธอก็ไปกับผู้ชายคนนั้น
-
นี่คือการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด

9.
คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้
คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดว่า'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!' ภรรยาของคุณก็มาถึง
-
นี่คือข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดใหม่

หวังว่าคงเข้าใจการตลาดมากขึ้นกันนะคะ

โอฬาร เชาวเลิศโสภา
ผู้จัดการสาขาถนนศรีดอนไชย เชียงใหม่

edit @ 13 Mar 2008 22:41:40 by ป้านิด.ใจดี

ระยะปลอดภัย ว่าน ธนกฤต ว่าน AF2

เนื้อเพลง ระยะปลอดภัย - ว่าน ธนกฤต AF2


เพลง ระยะปลอดภัย

( หมายถึงช่วงเวลาก่อน7หลัง7 )


ช่วงเวลาดีๆที่เธอและฉัน ไม่ต้องกังวลอะไร
( ไม่ต้องกลัวว่าจะท้อง )

เป็นช่วงเวลาดีๆที่เราทั้งสองจะมีแต่ความเข้าใจ
วันนี้เป็นวันดีดี วันนี้เราควรจะทำอะไร
(? นั่นสิ... ทำอะไรกันดี )


วันที่อะไรๆ ก็ดูจะเหมือนจะคอยเป็นใจให้กัน
วันนี้จะทำอะไร ก็
ดูจะเหมือน ไม่ต้องระแวงระวัง
( เออ ไม่ท้องหรอก )

วันนี้คือวันดีดี มีฉันและเธอคนดีเท่านั้น

* มีบรรยากาศ ฝนตกรถติด ช่วยฉัน
( ฝนตก = เปียก, รถติด = ไฟแดง )

ยังมี มือเปล่า ว่างอยู่ ให้จับเท่านั้น
ลองดูที่ แก้ม ฉัน เธอนั้นว่ามีอะไร
เอามือไป แตะหน้าผากว่าตัวร้อนมั๊ย
( ในช่วงวันนั้นของเดือน ผู้หญิงมักจะมีไข้ )

เอาเธอมากอดข้างกายไม่แบ่งใครๆ
มีเราเพียงเท่านั้น มีเธอและมีฉัน อยู่ในวันสำคัญของเรา

คิดจะเอาอะไร
ก็ดูจะเหมือนจะง่ายจะดายอย่างใจ
( ยัง จะเอา อีกนะ ...)
อยากได้อารมณ์อะไร จะเย็น จะร้อน จะช้า จะเร็ว
อย่างไร
( อืมม... )

เธอนั้นพูดมาดีดีฉันพร้อมให้เธอคนดีทุกอย่าง
อยากให้มัน (ส์)
เป็นยังไง จะยืน จะล้ม จะนั่ง จะนอน อย่างไร
( หลายท่าจัง... )

ปวดเนื้อเมื่อยตัว
ยังไงไม่นานไม่ช้าก็คงจะคลายกันไป
( เป็นผลมาจากการใช้หลายท่าข้างบน... )

มีพร้อมแค่เรื่องดีๆ เธอพร้อมที่จะยินดีอีกไหม


*

ก็แค่ไม่อยากให้วันนี้ผ่านพ้นไปจะทำยังไง
อยากหยุดเวลาไว้
( วันที่ไม่ปลอดภัยก็ยืดอกพกถุงสิฟะ สาด ~)

ในวันที่มันปลอดภัย มีเธอที่เคียงข้างกาย... สองเรา

Never Give Up

posted on 10 Mar 2008 17:16 by aroi  in Othar

edit @ 10 Mar 2008 17:29:29 by ป้านิด.ใจดี

             

ปุ๊ ! เสียงหลอดกาแฟอันโตกระแทกเจาะฝาครอบแก้วชาไข่มุก
เศษฝาพลาสติกแผ่นกลมขนาดเท่าปลายหลอดตกลงสู่ก้นแก้ว
ฉันดูดเครื่องดื่มสุดโปรดอย่างหิวกระหายและกระดกแก้วกินน้ำแข็งจนเกลี้ยงตามความเคยชิน 
เมื่อจะทิ้งแก้วลงถังขยะ
ฉันแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นเศษฝาพลาสติกอยู่ในแก้วเหมือนทุกคราว
แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
สักพักรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ติดอยู่ในคอ 
แม้จะพยายามล้วงและดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้อาเจียน แต่สิ่งนั้นก็ไม่ยอมหลุดออกมา ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติดขัด อาจารย์และเพื่อนๆ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล 
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หลังจากรอหมออยู่เกือบสองชั่วโมง 
หมอก็ให้ลองกลืนน้ำดูปรากฎว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่จริง ตามด้วยการเอกซเรย์ ซึ่งสูณเปล่า เพราะไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมนั้นเลย จึงตัดสินใจ 
ให้วางยาสลบเพื่อส่องกล้องตรวจหาต้นเหตุ 
ระหว่างนั้นฉันยังรู้สึกตัวดีอยู่ทุกอย่าง จนกระทั่งหลังวางยาสลบ 
ท่อส่องทางเดินอาหารขนาดใหญ่ประมาณท่อประปาขนาดเล็กสอดจากปากผ่านลงไปตามทางเดินอาหาร 
แต่ไม่รู้ด้วยโชคร้ายของฉันหรือด้วยความประมาทเลินเล่อของใคร 
แทนที่เจ้าท่อนี้จะเป็นอุปกรณ์ในการตรวจเพื่อช่วยชีวิตฉัน 
หลังการตรวจมันกลับทำให้ฉันรู้สึกปวดแน่นหน้าอกและหลังอย่างสุดจะบรรยาย 
เมื่อฟื้นจากยาสลบแม่บอกว่าฉันปากซีด ตัวเขียวและไข้ขึ้นผิดกับเมื่อตอนก่อนส่องกล้องราวกับคนละคนจน แม่ใจหาย รีบตามหมอกลางดึก 
การกลืนแป้งเพื่อเอกซเรย์เริ่มขึ้น ผลปรากฎว่า หลอดอาหารทะล 
ต้องผ่าตัดด่วนแต่แม่ไม่มีเงิน อย่าว่าแต่ค่าผ่าตัดที่สูงลิบลิ่วของโรงพยาบาลเอกชนเลย 
แม้แต่ค่าตรวจทั้งหลายก่อนหน้านี้ ที่เกินวงเงินการประกันอุบัติเหตุของนักศึกษา เพียงไม่กี่พันบาท แม่ก็ไม่มีทางโรงพยาบาลจึงขอยึดบัตรประชาชนของแม่ไว้เพื่อเป็นหลักประกันให้แม่หาเงินส่วนเกินมาชำระในภายหลัง 
หมอที่ส่องกล้องแนะนำให้ย้ายฉันไปโรงพยาบาลรัฐบาลที่เขาประจำอยู่แต่แม้จะ เป็นโรงพยาบาลรัฐบาลก็ต้องคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายเช่นกัน 
แม่จึงวิ่งวุ่นติดต่อเรื่องใช้สวัสดิการบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท 
กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยง นั่นแหละฉันจึงได้รับการผ่าตัด
การผ่าตัดใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เพราะรอยทะลุที่หลอดอาหารอยู่ใกล้ปอด น้ำย่อยจะไหลเข้าไปในปอดซึ่งอันตรายมาก 
หมอต้องผ่าตัดเปิดซี่โครงจากราวนมด้านซ้ายไปจนถึงสันหลังอีกข้าง แต่ถึงอย่างนั้นก้ยังไม่สามารถซ่อมแผลได้หมด 
เพราะแผลในทางเดินอาหารเป็นทางยาวจากต้นคอถึงกระเพาะ ยาวถึง 30 เซนติเมตร 
สามวันหลังผ่าตัด ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมสายระโยงระยางเต็มตัว 
ทั้งสายจากจมูกทั้งสองข้างเพื่อเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมา สายที่ไว้ดูดน้ำมูก น้ำลาย 
สายที่ต่อจากบริเวณซี่โครงที่ผ่าตัดเพื่อเอาเลือดจากแผลออกมา สายให้เลือด สายน้ำเกลือ 
สิบเอ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความเจ็บปวด 
กินอาหารไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์ยิ่งเวลานอนจะรู้สึกทรมานเพราะเจ็บที่บริเวณแผลผ่าตัดเป็นที่สุด 
หมอที่ส่องกล้องซึ่งช่วยหาหมอผ่าตัดให้มาสารภาพในภายหลังว่าแผลในทางเดินอาหารที่ยาวเหยียด 
เกิดจากการส่องกล้องไปดันเอาเศษแผ่นพลาสติก 
ซึ่งติดอยู่ที่ระหว่างหลอดลมและหลอดอาหารให้ครูดบาดไปตลอดทางเดินอาหาร 
แต่อย่างไรเขาก็ติดต่อหาหมอผ่าตัดที่เชี่ยวชาญให้ และเป้นความผิดพลาดที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ 

ชีวจิต 

กรุณาช่วยบอกต่อเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เพื่อเตือนภัยคนที่เรารักและเป็นห่วงนะคะ
กินชาไข่มุก แก้วต่อไป ระวังนะคะ

edit @ 6 Mar 2008 22:00:18 by ป้านิด.ใจดี

เฮ้อ..เซ้ง.เซ็ง..

posted on 05 Mar 2008 22:11 by aroi  in Joke-Game

edit @ 5 Mar 2008 22:13:35 by ป้านิด.ใจดี

ความรักของวงกลมกับสามเหลี่ยม

เรื่องเล่าของวงกลม ...

 

นานมาแล้ว ... มีวงกลมอยู่วงหนึ่ง เศษเสี้ยวหนึ่งของมันหายไป

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป  ตามหาเศษเสี้ยวที่หายไปนั้น
มันเจอผู้คนมากมาย แต่ไม่มีใครเลย ที่จะเติมเต็มมันได้

บางที .. ก็ใหญ่เกินไป ถ้าฝืน ... ก็จะเจ็บทั้งสองฝ่าย

บางที ... คิดว่าเข้ากันได้
แต่พอจะก้าวไปข้างหน้า ... ถึงได้รู้ว่า "ไปด้วยกันไม่ได้"

บางที ... เศษเสี้ยวมีหนามแหลมคม
กว่าจะรู้ตัวว่า "ไม่ใช่"
ก็ได้ทิ้งบาดแผลและความเจ็บปวดมากมายไว้

มันยังกลิ้งไป ... กลิ้งไป

จนในที่สุด ... ก็ได้พบเศษเสี้ยวของมัน

แล้ววงกลม ... ก็เต็มวง

ถ้าเรื่องมันจบแฮปปี้ยังงี้ก็ดีเนอะ   ลองมาฟังนิทานอีกเรื่อง ..

เรื่องเล่าของสามเหลี่ยม

ยังจำเศษเสี้ยวของวงกลมนั้นได้ไหม ?

เสี้ยวรูปสามเหลี่ยม... กำลังตามหาวงกลมของมัน

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป

พบคนมากมาย ...
แต่ไม่มีใครเลย ...ที่เป็นที่ของมัน

นี่ก็ไม่ใช่ ... นั่นก็ยัง

พอเจอคนที่คิดว่าใช่ ... กลับพบว่า
เขามีส่วนเติมเต็มของเขาอยู่ แล้ว

สามเหลี่ยม ... กลิ้งไป ... กลิ้งไป ...

กลิ้งไป ... กลิ้งไป  จนขอบของมันเริ่มมนลง

ในที่สุดสามเหลี่ยมนั้น
กลายเป็นวงกลม
และพบว่าตัวเอง สามารถกลิ้งไปได้ด้วยตัวของมันเอง
... โดยไม่ต้องการให้ใครมาเติมเต็ม ...

คุณค่าของตัวเอง หากตัวเองไม่เห็น จะหวังให้ใครมาเห็นเล่า ว่าจริงมั้ย